วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

สูตรน้ำเต้าหู้สูตรดัง


สูตรน้ำเต้าหู้สูตรดัง ขายดีต้นทุนน้อย กำไรงาม ใครจะขายน้ำเต้ายหู้ต้องลองไม่ผิดหวังแน่นอน..ขอบคุณเจ้าของสูตรน้ำเต้าหู้ยายติ๋วค่ะ คุณแม่ติ๋วท่านเป้นคนใจดีและชอบทำบุญค่ะ และไม่หวงสูตร ขอให้คุณแม่ติ๋วและครอบครัวสุขภาพแขงแรง
สาขาหนึ่ง หน้าสระว่ายน้ำวารินชำราบ ถนนเทศบาล 5 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สาขาสอง บริเวณห้าแยกไฟแดง ตลาดโต้รุ่งวารินชำราบ 
ถั่วเหลือง 1 กิโล 
น้ำสะอาด 6 ขัน(ใช้ขันเบอร์ 22)
ใบเตยล้างสะอาดและมัดรวม 5 ใบ
น้ำเชื่อม 2 ทัพพี
เกลือ เล็กน้อย
ผ้าขาวบางสำหรับกรองน้ำนมถั่วเหลือง
วิธีเตรียม
1.ล้างถั่วให้สะอาด แล้วแช่ทิ้งไว้ 6 ชม.ถั่วเหลืองจะพองขึ้นมาอีกเท่าตัว
2.ล้างถั่วที่แช่ไว้หลายๆน้ำ จนหมดกลิ่นถั่ว นำไปปั่นพร้อมน้ำที่ตวงไว้ 6 ขัน
วิธีปั่น ใส่ถั่วลงไปในโถปั่น ตามด้วยน้ำ ปั่นจนละเอียดดี เทใส่ผ้าขาวบาง แล้วบีบเอาแต่น้ำ กากที่ได้ อย่าพึ่งทิ้ง ให้เก็บไว้ปั่นรอบที่สอง หมายความว่า ในถั่วหนึ่งกิโลและน้ำ 6 ขัน ต้องปั่นสองครั้งค่ะ พยายามบีบน้ำนมออกให้มากที่สุดและกรองด้วยผ้าขาวบางอีกครั้งก่อนนำไปต้ม ใส่เกลือเล็กน้อย
วิธีตุ๋น
สูตรของคุณแม่ไม่ต้ม เพราะมันจะไม่หอม แม่ใช้วิธีตุ๋นค่ะ ด้วยการเอากาละมังใส่น้ำเปล่า แล้วตั้งเตา จุดไฟ ใช่ไฟแรง พอน้ำเริ่มร้อนก็ยกหม้อน้ำเต้าหู้ลงไปวางบนกาละมังอีกที เขาเรียกว่า "ตุ๋น" ระหว่างที่ตุ๋นหมั่นคนน้ำเต้าหู้ และช้อนฟองทิ้งบ่อยๆ พอน้ำเต้าหู้เริ่มร้อน หมายถึงเริ่มสุก ให้ลดไฟลงและหมั่นคน น้ำเต้าหู้จะเริ่มจับตัวข้นขึ้นกว่าเดิม ให้ใส่ใบเตยลงไป เติมน้ำเชื่อมต้มจนสุก ข้น เนื้อนวลเนียนได้ที่ ปิดไฟ สูตรนี้เมื่อทำเสร็จจะได้น้ำเต้าหู้ 17 กิโลค่ะ เครื่องที่ใส่น้ำเต้าหู้ก็มี สาคู วุ้น ถั่วแดงหลวง ข้าวบาร์เล่ย์ แป๊ะก๋วย เม็ดแมงลัก แม่ทำเองหมดค่ะ เพราะใหม่ สด ทำวันต่อวัน
สูตรทั้งหมดนี้ไม่ปิดบัง บอกหมด สิ่งสำคัญคือ ความสะอาด พิถีพิถัน ใส่ใจทุกขั้นตอน และเคล็ดอีกอย่างคือ การควบคุมไฟ แรง ค่อย บางทีต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้ทำค่ะ
ขอบคุณเจ้าของสูตรน้ำเต้าหู้ยายติ๋ว


สูตรปาท่องโก๋


สูตรปาท่องโก๋ ง่ายๆอร่อยแบบกรอบนอก นุ่มในทิ้งไว้ไม่แขง ลองเอาไปเฮ็ดขายเบิ่งเด้อพี่น้อง
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 250 กรัม (แป้งตราว่าว หรือ ฮกแดง ทำปาท่องโก๋จะได้ผลดี)
น้ำปล่าว 160-170 กรัม น้ำค่อยๆใส่ ใส่ไปนวดไปก็คอยสังเกตแป้งไป อย่าใส่พรวดเดียวเดี๋ยวเหลว
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
นมผง หรือ คอฟฟี่เมต 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่มีก็ไม่ต้องใส่)
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
ยีสต์ 3/4 ช้อนชา (วิธีการตวง ใช้ช้อน 1/4ช้อนชา ตักสามครั้ง)
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำมันสำหรับทอดขนม
วิธีทำ
เอาแป้ง/ผงฟู /นมผง ผสมรวมกัน แล้วร่อนแป้ง ใส่ยีสต์ลงไปในแป้งที่ร่อนแล้ว พักไว้
เอาน้ำ/น้ำมัน/น้ำตาลทราย/เกลือ ผสมรวมกัน คนให้ส่วนผสมละลายหมด
เอาโถแป้งที่เราร่อนไว้ก่อนหน้านี้ มาทำหลุมตรงกลางแป้ง แล้วเทส่วนผสมของของเหลวลงไป (อย่าเทพรวดเดียวหมดละ คอยสังเกตุแป้งไปด้วย)
เอามือคลุกเคล้าให้เข้ากัน ไม่ต้องนวดนาน แค่ผสมให้เข้ากันก็ใช้ได้แล้ว
จากนั้นเอาฝา หรืออะไรมาปิดไว้ หมักแป้งไว้ 1 ชม แล้วกลับแป้ง
กลับแป้งแล้ว หมักอีก 1 ชม แล้วกลับแป้งอีกครั้ง
จากนั้นหมักแป้งต่อไปอีก 3 ชม ก็ทอดได้
****************
การตัดตัวแป้งปาท่องโก๋ ไม่ควรตัดแป้งให้หนาไปนะค่ะ เด๋วเนื้อจะแน่นไม่สวย
การติดตัวปาท่องโก๋ ให้ใช้น้ำแตะแค่ตรงกลางแป้งเท่านั้น แล้วเอาอีกตัวมาประกบ
เวลายืดอย่ายืดตรงปลายแป้งนะ ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างชนกัน แล้วยืดขนมเล็กน้อยแค่ตรงกลางแป้งจ้าาา
การทำสำคัญคือ เวลาหย่อนตัวปาท่องโก๋ลงไปในน้ำมัน ให้ใช้ตะเกียบพลิกตัวขนมไปมา ไปมา ให้ขึ้นฟอง แล้วก็หยุด ทอดต่อจนขนมมีสีเหลืองแล้วค่อยพลิกอีกด้านค่ะ
น้ำมันควรใช้มากพอสมควร น้ำมันน้อยเด๋วปาท่องโก๋ไม่ฟอง
***
-หรือถ้าใครจะหมักไว้ตอนกลางคืน แล้วจะทอดทานตอนเช้า เวลาประมาณ 3ทุ่มก็สามารถหมักได้แล้ว 4ทุ่มกลับแป้ง 5ทุ่มกลับแป้ง แล้วหมักต่อข้ามคืนโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น เช้ามาก็ทอดทานได้
-แป้งที่ทำไม่ต้องทอดทีเดียวหมดก็ได้ เพราะแป้งที่เหลือ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 2 วัน ก่อนจะเอามาทอด ก็เอาออกมา เอาผ้าคลุมไว้ พักไว้ให้หายเย็น แล้วก็ตัดตัวทอดได้เลย
ขอบคุณขอบมูลสุตรโดย http://homecookingandbaking.com/pa-tong-go/
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

สูตรข้าวขาหมู


สูตรข้าวขาหมูอร่อยขายดีสำหรับให้คุณสร้างอาชีพไม่ผิดหวังแน่นอน ขอบคุณเจ้าของสูตรโดยอาม่า ของบ้านณัฐวดี ขอบคุณเจ้าของภาพโดยร้านขาหมูลุงอ้วนสมาชิกเว็บพันทิป
เครื่องปรุง
ขอบอกอย่างนี้ก่อนนะครับ ผมไม่เคยชั่งตวงเครื่องปรุงเลย กะเอาตามจำนวนขาหมู ว่าต้มมาก หรือน้อย อย่างวันงานครบรอบ 1 ปี ใช้ขาหมู 20 ขา ทอด แล้วต้ม ผมใช้เครื่องปรุงอย่างงี้ครับ
เครื่องปรุง
1. ใบเตย เอามามัดเป็นกำ กำละประมาณ 10-15 ใบ กำแล้วมัดให้แน่น เอาใบมันนั่นแหละมัด หรือจะเอาตอกไม้ไผ่มัดก็ได้ เวลาต้มแล้ว กำใบเตยจะได้ไม่แตก ประมาณ 5 - 6 กำ เวลาคิดทำข้าวขาหมูขาย นะครับ ขอความกรุณาปลูกก่อนเลยครับ ปลูกเยอะ ๆ เวลาซื้อเขามาแล้วเสียดายตัง
2. กระเทียม แกะออกมาเป็นเม็ด ไม่ต้องแกะเปลือก ไม่ต้องทุบ ประมาณ 2 - 3 กำมือ
3.ซวงเจีย เป็นยาจีน หาซื้อแถวร้านขายยาจีน เป็นเม็ด เบา สีดำ ใช้ประมาณ 1 ทับพี
3.โป้ยกั๊ก มีลักษณะเป็นดอกดาวกระจาย ใช้ประมาณ 2 ทับพี
4.ไม้หอม ใช้ประมาณ 5-10 อัน ขึ้นอยู่กับว่า ไม่มันยาวหรือเปล่า ลักษณะเป็นไม้ กลมม้วนเล็ก ๆ เวลาไปซื้อพยายามดมหน่อยนะครับ ถ้าเหม็นหืนก็อย่าซื้อ
5. พริกไทยดำประมาณ 2 ทับพี ห้ามทุบเด็ดขาด
6พริกไทยขาว ประมาณ 1 ทับพี ห้ามทุบเด็ดขา
7.เหล้าแม่โขง ประมาณครึ่งแก้ว
8.โอวัลตินรสดั้งเดิมประมาณ 5 ช้อนพูน ๆ ห้ามเอารสผสม เช่นรสผสม มอลล์ หรืออะไรก็ไม่ได้ ไมโลก็ไม่ได้
9.ซีอิ้วขาวตราเด็กสมบูรณ์
10.ซีอิ้วดำ
11.ข่า เอาเป็นหัว ไม่เอาใบ ล้างให้สะอาด ลอกเปลือกออก หั่นเป็นท่อน ห้ามทุบ
12.เกลือเม็ดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
13.น้ำตาลปีบประมาณ 1/2 กก.
เวลาต้ม
ตั้งน้ำ เยอะ ๆ อย่าง 20 ขา ผมใช้หม้อขนาดประมาณ 20 นิ้ว ใส่น้ำประมาณ 3/4 ของหม้อ
ใส่ใบเตยที่มัดแล้วลงไป
เครื่องปรุงเกือบทุกอย่าง ยกเว้น โอวัลติน เหล้าแม่โขง ซีอิ้ว เอาใส่ผ้าขาวบางห่อมัดให้ดี เวลาต้มจะได้ไม่แตก เอาใส่ลงไป
เอาขาหมูทั้งหมดใส่ลงไป
เปิดไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ พอน้ำเริ่มร้อนให้ใส่โอวัลตินลงไป ใส่เหล้าแม่โขง ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว ชิมให้ออกเค็มนิดหน่อย พอความร้อนได้ที่ น้ำจะต้องเดือดนะครับ
อย่าเปิดไฟแรงเดี๋ยวขาหมูเละเสียก่อนที่เครื่องปรุงจะเข้าเนื้อ
เคี่ยวพอกลิ่นหอม ลองชิมว่ารสชาติเป็นงัย น่าจะเค็มขึ้นนะเพราะน้ำระเหยไปพอสมควร ต้องให้น้ำท่วใขอหมู ตลอดเวลานะครับ
ผ่านไปสัก 2 ชม. จะเห็นว่าขาหมู น้ำปรุง เริ่มสีคล้ำ ดำขึ้น เพราะเครื่องปรุงมันออกมาผสมกับโอวัลติน
อันนี้สำคัญ เอาน้ำตาลปีบ มาเคี่ยวบนกระทะ เคี่ยวให้มันไหม้ไปเลย แต่อย่าให้ดำนะ พอมีกลิ่นไหม้ ตักน้ำต้มขาหมู ใส่ให้น้ำตาลมันละลายในกระทะ เคี่ยวอีกนิดหน่อย เทลงในน้ำตัมขาหมู เคี่ยวไปเรื่อย หมั่นตักขาหมูดูว่า เริ่มนิ่มหรือยัง
อย่าตักแรง เดี๋ยวขาหมูหลุดออกจากกระดูก เพราะถ้าเนื้อมันหลุดออกมา เนื้อมันจะเละ ไม่สวย
ลองชิมน้ำดูอีกครั้ง
ข้าวขาหมูเขาจะกินกับน้ำส้ม กับผักคะน้า หรือ ผักดอง ดังนั้น น้ำขาหมูจะต้องหวานนิดส์ เค็มหน่อย ถ้ามันยังไม่มีรชาด ก็เติม ซีอิ้ว ขาว ดำ หรือน้ำตาล หรือเติมน้ำเปล่าลงไป ปรุงให้มันได้รสที่เราต้องการ สำคัญที่สุด คือ ห้ามใส่น้ำปลาเด็ดขาด
เคี่ยวไฟเบา ๆ ไปเรื่อย นะครับ จนเนื้อหมูนิ่ม แต่ไม่เละ ปิดไฟ ทิ้งไว้สักครึ่งวันค่อยเอามาขาย
เวลาขาย เอาเฉพาะน้ำขาหมูใส่กระทะสำหรับขาย
แยกขาหมูออกมาก่อน แบ่งขาย ที่เหลือใส่ตู้เย็นไว้ได้ หมดแล้วค่อยเอามาใส่ใหม่ ควรมือตะแกงสำหรับวางขาหมู เพราะถ้าต้มตลอดเวลา ขาหมูเละแน่นอน
ขอบคุณเจ้าของสูตรโดยอาม่า ของบ้านณัฐวดี โดยคุณต้นคุณฝงhttp://www.baannattawadee.com/forums/Qread.php?id_ques=108
ขอบคุณเจ้าของภาพโดยร้านข้าวขาหมูลุงอ้วนสมาชิกเว็บพันทิปhttp://pantip.com/topic/30798001
2/58

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2559

สูตรและวิธีทำกระท้อนทรงเครื่อง


สูตรและวิธีทำกระท้อนทรงเครื่อง ทำขายหารายได้พิเศษยอดนิยมที่หาทานยากและมีทานเฉพาะในฤดูกาลเท่านั่นขายดี รวยไวขอบคุณสูตรโดยโดย..แม่น้องบุ๊ก (Sweetseed CCk, BookMookShop)
สูตร "กระท้อนทรงเครื่อง"
สิ่งที่จำเป็นต้องมี จะทำ "กระท้อนทรงเครื่อง" ก็ต้องมี
1. กระท้อน (ลูกเล็ก ลูกใหญ่ ลูกโต แค่ไหนได้หมดค่ะ)
2. น้ำเปล่า
3. เกลือ
วิธีทำ กระท้อน
1. นำน้ำเปล่าใส่โถ หรือกะละมัง หรือภาชนะก้นลึกพอให้แช่กระท้อนได้ท่วม
2. น้ำเกลือใส่ลงไปในน้ำ
3. ปอกเปลือกกระท้อน
4. บั้งกระท้อน (ถ้าขี้เกียจก็บั้งหนา ๆ ถ้ามีเวลาหน่อยก็บั้งถี่ ๆ อันนี้แล้วแต่คนชอบด้วยนะค่ะ)
5. นำกระท้อนที่บั้งแล้ว ลงไปแช่ในน้ำเกลือที่เตรียมไว้เพื่อลดความดำ และลดความฝาดของกระท้อนค่ะ
น้ำราด
1. น้ำเปล่า
2. น้ำปลา
3. น้ำตาลปี๊บ (ในนี้ไม่ได้เอารูปลงเพราะลงมือทำก่อนเลยไม่ได้ถ่ายเก็บไว้) เราซื้อที่ตลาดถุงเล็ก ราคา 18 บาท ใส่หมดถุงเลยค่ะ
4. กะปิ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำน้ำราด
1. นำน้ำเปล่าใส่ลงในหม้อ (กะเอานะค่ะ ที่เราทำก็กะเอา เพราะว่าไม่ได้ทำขายเลยไม่ได้ตวงค่ะ)
2. ใส่น้ำปลานิดหน่อย (ถ้าชอบเค็มมาก ก็ใส่มากค่ะ)
3. ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป
4. ใส่กะปินิดหน่อย
5. คน ๆ ๆ แล้วก็ คน ให้น้ำตาลละลาย เคี่ยวต่อไป จนมันเดือด ปุด ๆ ในระวังที่มันเดือด เราคนดูอาจจะเห็นว่ามันยังไม่เหนียว ยกลง ทิ้งไว้ให้มันเย็นตัวลงมันจะเหนียวเองค่ะ แต่ถ้าเย็นตัวแล้วยังไม่เหนียวอีก ให้เรามาตั้งไฟต่อจนมันเดือดอีกครั้ง (บางทีน้ำอาจจะมากกว่าปริมาณของน้ำตาลมันก็ไม่เหนียวก็เป็นได้ค่ะ)
เครื่องใส่น้ำราด
1. หอมแดง
2. กุ้งแห้ง (ถ้าชอบนิ่มให้แช่น้ำทิ้งไว้ก่อนสักพัก เสร็จแล้วนำมาตำ หรือถ้าชอบเป็นตัวก็ใส่เป็นตัวเลยค่ะ ไม่ต้องตำ)
3. ถั่วลิสงดิบ หรือ ถั่วลิสงคั่วสำเร็จ (เราซื้อมาคั่วเองเพราะมันจะหอมกว่า)
4. กุ้งแดง
5. มะพร้าวคั่ว (อันนี้เหลือจากเมี่ยงคำพอดีค่ะ ถ้าไม่มีก็ไม่ใส่ก็ได้นะค่ะ)
6. พริกป่น (สำหรับคนที่ชอบรสเผ็ดค่ะ)
วิธีทำ เครื่องใส่น้ำราด
1. น้ำหอมแดงมาปอกเปลือก แล้วซอยบาง ๆ
2. น้ำกุ้งแห้งมาแช่น้ำทิ้งไว้สักพัก เสร็จแล้วนำมาตำ (ถ้าชอบนิ่มให้แช่น้ำ ถ้าชอบเป็นตัวก็ใส่เป็นตัวเลยค่ะ ไม่ต้องตำ)
3. นำถั่วลิงสงมาคั่วในกระทะ ตั้งไฟอ่อน ๆ คั่วจนมันออกสีเหลือง ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเอามือไปขยี้ให้เปลือกมันแยกออกจาก นำไปฝัดเปลือกออก แล้วนำมาตำพอบุบ ๆ (ถ้าชอบเป็นเม็ดก็ใส่เป็นเม็ดเลยค่ะ ของเราคั่วนานไปหน่อยเลยออกสีดำนิด ๆ)
4. นำ หอมแดง กุ้งแห้ง ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแดง มะพร้าวคั่ว พริกป่น ใส่ลงในน้ำราดที่เราเตรียมไว้แล้ว คน ๆ ๆ ให้เข้ากัน ก็เป็นอันเสร็จวิธีค่ะ (ขั้นตอนนี้ถ้าอยากจัดจานให้สวยหน่อยก็ไม่ต้องผสมให้เข้ากันก็ได้นะค่ะ อาจจะแยกเครื่องกับน้ำราดออกจากกัน โดยเอาเครื่องที่เตรียมไว้ไปวางบนลูกกระท้อน แล้วค่อยราดน้ำตามทีหลังก็ได้เหมือนกันค่ะ )
ต่อไปมาถึงขั้นตอนการกิน
1. นำกระท้อนออกจากน้ำเกลือ บีบน้ำเกลือออก นำกระท้อนใส่ภาชนะที่เราเตรียมไว้ (ถ้วยหรือจานก็ได้ค่ะ)
2. นำน้ำราดที่เราเตรียมไว้ราดลงบนกระท้อน แล้วลงมือทานได้เลยค่ะ
เกร็ดเล็กน้อยค่ะ
เวลาจะกินค่อยราดน้ำนะค่ะ เพราะถ้าราดทิ้งไว้ความเหนียวมันจะหายไปค่ะ

ขอบคุณเจ้าของสูตร..แม่น้องบุ๊ก (Sweetseed CCk, BookMookShop) เว็บพันทิป http://pantip.com/topic/30620026
เครดิตภาพประกอบ โดยคุณkuky

หมกปลาซิวอาหารอีสานแนวกินโปรของชาวนา


หมกปลาซิวอาหารอีสานแนวกินโปรของชาวนา
ส่วนผสมสำหรับทำ หมกปลาซิว
ปลาซิว(ลูกปลา) 1 ถ้วย
ผักชีสับหยาบ 1 ช้อนโต้ะ
ใบต้นหอมหั่นหยาบ 2 ช้อนดต้ะ
พริกสดโขรกหยาบ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
ตะไคร้โขรกละเอียด 1 ช้อนโต้ะ
ใบแมงลัก 1 / 2 ถ้วย
เกลือ 1 ช้อนชา
ข้าวเบือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ ขั้นตอนการทำ หมกปลาซิว
1.นำปลาซิวมาหมักด้วย ข้าวเบือ น้ำปลา เกลือ พริก ตะไคร้ ผักชี ต้นหอม และใบแมงลัก หมักประมาณ 15 นาที
2.นำปลาที่หมกมาห่อใบตอง หรือใบบัว ก็ได้ จากนั้นนำไปนึ่ง ประมาณ 30 นาทีให้ปลาสุก ก้สามารถรับประทานได้ อาหารอีสาน กับข้าวง่ายๆ
ที่มาสูตร http://nlovecooking.com/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%…/
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

หมกปลาตองหรือ ปลากราย


หมกปลาตองหรือ ปลากรายเอาเนื้อปลาไปคลุกกับพริกลาบ ห่อใบตอง น้ำไปหมกหรือย่างไฟ
เครื่องปรุง
ปลากรายตัวใหญ่ 1 ตัว
ข้าวคั่ว ½ ช้อนโต๊ะ
พริกดิบหั่นฝอย 3 ช้อนแกง
หอมแห้งหั่นฝอย 3 ช้อนแกง
น้ำปลาร้าต้มสุก 1 ถ้วยตวง
ข่า 3 แว่น
พริกป่น ½ ช้อนแกง
ใบมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนแกง
ผักที่รับประทานตามชอบพอสมควร ( ถั่วฝักยาว แตงกวา มะเขือ ผักกาด
วิธีทำ
1. ปลากรายล้างให้สะอาด ตัดหัว ลอกหนังออกให้หมด โดยใช้มีดกรีดระหว่าง
หัวหรือตัวนิดหน่อย แล้วลอกหนังจากหัวไปตามลำตัวถึงหาง ลอกออกจนหมด กรีด
ท้องควักไส้และเครื่องในทิ้ง ล้างให้สะอาดแยกเนื้อออกจากก้างออกให้หมด สับให้
ละเอียด พักไว้
2. ต้มน้ำปลาร้า ใช้น้ำเปล่าสัก 2 ถ้วยแกงย่อมๆ ตั้งไฟเดือด ใส่ปลาร้า 4 ช้อน
แกง ใส่ตะไคร้ทุบพอบุบๆ ใบมะกรูดฉีกสัก 2 -3 ใบใส่ลงไปกับน้ำต้มปลาร้า ต้มต่อให้สุก
และเดือดจัด จึงยกลงกรองด้วยตะแกรงถี่ๆ ให้ได้ปริมาณตามต้องการ
3. ข่าหั่นเป็นแว่นๆ แล้วสับให้ละเอียด จึงนำไปผสมกับเนื้อปลาที่สับละเอียด
เตรียมไว้ ผสมให้เข้ากันดีคนหลายๆ ครั้งเพื่อให้เหนียว
4. นำน้ำปลาที่กรองแล้วและยังร้อนอยู่ผสมกับปลาในข้อ 3 แล้วคนต่อไป เติมน้ำ
ปลาร้าผสมให้เข้ากันทำไปเรื่อยๆ เช่นนี้สลับกันไปจนน้ำต้มปลาร้าหมด เนื้อปลาจะมี
ลักษณะเป็นข้นๆ เหนียวๆ
5. เติมพริก ข้าวคั่ว หอมต่างๆ แบ่งครึ่ง ผสมให้เข้ากันแล้วชิมรสดู จึงนำไป
รวนให้สุกอีกครั้ง
6. ชิมดูรสที่ได้แล้วยกลง ปล่อยให้เย็นแล้วจึงเติมหอมแห้งหั่นฝอย และโรยด้วย
ใบสาระแหน่และหอมต่างๆที่เตรียมไว้ เติมข้าวคั่วอีกนิดหน่อย จะได้ลาบปลากรายที่มี
รสชาติตามต้องการ
7. ถ้าชอบรสเปรี้ยวให้เติมน้ำมะนาวลงนิดหน่อย ปรุงรสตามชอบ
8. จัดใส่จานแต่งด้วยสาระแหน่และหอมแห้งหั่นฝอย ใช้รับประทานเป็นกับข้าว
หรือเป็นกับแกล้มก็ได้
9. ฝักเพกาปิ้งไฟให้สุก ขูดผิวออกล้างน้ำให้สะอาดและสะเด็ดจึงหั่นเป็นชิ้นพอ
งาม
ข้อเสนอแนะ
1. น้ำปลาร้าต้มสุกก่อนที่จะนำไปผสมกับปลาที่จะลาบ จะต้องปรุงรสให้เข้มข้น
ไว้เผื่อใส่ปลาจะได้รสพอดี
2. ปลาที่นำมาต้มนั้น ถ้าใช้ปลาร้าอย่างดีไม่มีกลิ่นจัด จะทำให้ลาบมีรสอร่อยขึ้น
3. ใช้รับประทานเป็นอาหารกลางวันและอาหารเย็นได้
ที่มาสูตรและภาพ http://lekkathaifood.blogspot.com/2011/…/blog-post_8803.html

วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แกงหน่อไม้ใส่น้ำใบย่านางคั้นเองน้ำเขียวๆเย้าๆ

วิธีทำแกงหน่อไม้ใส่น้ำใบย่านางคั้นเองน้ำเขียวๆเย้าๆสูตรนี้แซบแบบลาวๆอีสานล้านเปอร์เซ็นเด้อจ้าพี่น้อง
ส่วนผสม
ใบย่านาง
พริกสด หรือพริกแห้ง ปริมาณตามชอบ
หอมแดง
ข้าวเหนียวดิบแช่น้ำ 1/4 ถ้วย
หน่อไม้สด ต้มให้สุก จนหายขม หรือต้มประมาณสองครั้ง
ผักตามชอบ (เช่น ฟักทอง ข้าวโพดอ่อน กระเจี๊ยบเขียว)
เห็ดตามชอบ หั่นเป็นชิ้น (เช่น เห็ดหูหนู เห็ดขอนขาว เห็ดชิเมจิ เห็นฟาง)
ชะอมเด็ด
ใบแมงลัก เด็ดเป็นใบ
น้ำปลาร้า /น้ำปลา/ชูรส
วิธีทำ
1. นำใบย่านางมาขยำกับน้ำ จากนั้นกรองเอาเฉพาะน้ำ เตรียมไว้
2. โขลกพริกสดกับหอมแดง และข้าวเหนียวแช่น้ำเข้าด้วยกันจนละเอียด เตรียมไว้
3. ใส่น้ำใบย่านางลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ ใส่เครื่องที่โขลกไว้ และตะไคร้ทุบ ลงไปคนผสมให้เข้ากัน รอจนเดือด ใส่หน่อไม้ต้มสุกลงไป คนผสมให้เข้ากัน รอจนเดือดอีกครั้ง
4. ใส่ผักสด และเห็ด ลงไปต้ม ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้า (สามารถเพิ่มพริกทุบลงไปเพิ่มความเผ็ดได้) ชิมรสตามชอบ ต้มจนเดือดอีกครั้ง สุดท้ายใส่ชะอม และใบแมงลัก คนพอเข้ากัน ยกลงจากเตา ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ
เครดิตที่มาสูตร http://cooking.kapook.com/view96644.html